ท่องเมืองม่านหลังนาร์กิส

 

เที่ยวชม 5 มหาบูชาสถาน  และเมืองสำคัญในพม่า 11 19 May 2008

 

 

By   Shoot_cmu@yahoo.co.uk

 

 

 

 

 

Day  2  พระธาตุอินทร์แขวน  และการเดินทางสู่มัณฑะเลย์ (12 May)

 

 

 

ตื่นตั้งกะตี 4 ครับวันนี้    ...........................โรงแรม Mountain top ที่พัก   ราคาและคุณภาพมาเป็นลำดับต้น ๆ บนยอดเขาไจ้ท์ทีโย

 

 

 

 

เราออกจากที่พักเพื่อไป  ไจท์ทีโยพญา  หรือพระธาตุอินทร์แขวน  กันตั้งแต่ตอนตี 5 สภาพอากาศก็อย่างที่เห็น  ครึ้มฟ้าครึ้มฝน  ลมแรงอีกต่างหาก

 

 

 

 

เด็ก ๆ บนบริเวณวัด

 

 

 

เราไปถึงปุ๊บ  ผมกำลังจะถ่ายรูป  เค้าก็ปิดไฟที่พระธาตุพอดี   ก่อนผมกดชัตเตอร์ประมาณ 1 วินาทีมั้ง  หุ     ยังดีที่เอ๋ถ่ายมาได้รูปนึง 

 

 

 

 

มาชมภาพพระธาตุอินทร์แขวนในฤดูฝนกันบ้างดีกว่าครับ J

 

 

 

 

สำหรับไจท์ทีโยพญา  หรือพระธาตุอินทร์แขวน  เป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถาน  ตามตำนานเล่าว่า ในคริสตวรรษที่ 11 มีฤาษีตนหนึ่งนำพระเกศธาตุมาถวายพระเจ้าติสสะ  โดยมีข้อแม้ว่าต้องหาก้อนหินที่มีลักษณะเหมือนศีรษะของตน  แล้วสร้างเจดีย์บรรจุพระเกศธาตุไว้บนหินก้อนนั้น  ร้อนถึงตะจะมิน (พระอินทร์)  ต้องไปงมหาหินก้อนนี้จากในทะเลมาให้พระเจ้าติสสะสร้างพระเจดีย์ขึ้นจนสำเร็จ  ขอเล่าแบบย่อ ๆ นะครับ J

 

 

 

 

ถ้าลองสังเกตดูความเหลื่อมของหินที่น่าจะตกลงมาดูนะครับ  น่าอัศจรรย์ทีเดียวครับ  พระธาตุองค์นี้ฝรั่งรู้จักกันในชื่อ Golden Rock   โดยรัฐบาลพม่าจะทำการสีทองทุก ๆ 5 ปีครับ

 

 

 

 

 

บรรยากาศโดยรอบ

 

 

 

 

 

 

ปิดทองกันตามธรรมเนียม J

 

  

 

 

 

ตอนใกล้จะกลับทัศนวิสัย  เป็นแบบนี้เสียแล้ว  หวั่นใจว่าฝนจะตกมากทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

บริเวณเชิงบันไดของวัด  มีรถแบบนี้ให้ลงไปด้านล่างด้วย  แต่คนต่างชาติไม่มีสิทธิ์   

 

 

 

 

 

ตอนกลับมากินอาหารเช้าที่โรงแรม  เริ่มเสียว ๆ แล้วครับ  ว่ามีโอกาสตกเครื่องบิน  เพราะ Mr. Chan บอกให้เรารีบลงมาเลทสุด 9 โมงเช้า    เราไม่มีสิทธิ์ใช้รถต้องเดินลงไปอีก  ตอนนั้นเกือบ 8 โมงแล้วครับ  ยังไม่ได้กินข้าว  และเก็บของอีกต่างหาก  ตอนนั้นรีบกันมากทีเดียว

 

  

 

 

 

ขาลงเร็วกว่าขาขึ้นมากครับ  เรามาถึงจุดขึ้นรถเมื่อวาน  ประมาณ 08.45  ตอนนั้นโล่งใจเลยครับ  ว่าลงไปทันแน่    เลทจาก 9 โมงนิดหน่อยไม่น่ามีปัญหา  ประมาณ 5 ชม.  จากไจท์โถ่วถึงย่างกุ้ง  Mr. Chan น่าจะขับแบบชิล ชิล

 

 

 

 

 

ทว่าความซวยของแท้กำลังเริ่มครับ   เนื่องจากไม่มีรถขาลงจอดรอเราอยู่ครับ   นาน ๆ จะมีรถขาขึ้นมาสักคัน  ส่วนรถขาลงที่มี  ถ้าไม่ห้ามคนต่างชาติขึ้น  ก็เป็นรถส่วนตัวของโรงแรมครับ  ทำยังไง้ก็ไปไม่ได้  คนแบกหามของเราไปคุยให้  ก็ไม่ได้ครับ  สุดท้ายบอกอย่างเดียวว่าให้ใจเย็น ๆ   และรอ

 

  

 

 

 

บรรยากาศในร้านน้ำชาที่เรารอ

 

  

 

 

ตอนนั่งไปถึงประมาณ 9 โมงครึ่งก็เริ่มเครียดแล้วครับ  แค่เรานึกว่าเราลงไปถึงข้างล่าง  เกือบสิบโมง  เราก็มีโอกาสตกเครื่องสูงมากแล้ว  ตอนนั้น   เซ็งน่าดูทีเดียว  ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้เราคงรีบลงมากันเช้ามาก ๆ   ตอนนั้นในหัวเริ่มคิดถึงแผนสำรองแล้วครับ  ว่าถ้าตกเครื่องจะเป็นอย่าไรบ้าง  แพลนที่วางไว้คงมีปัญหาน่าดูทีเดียว ..............................คนพม่าส่วนใหญ่ก็รอรถเหมือนเรานั่นละ  เค้าคงงงว่าไอ่คนไทยสองตัวนี้ทำไมมันน่าบึ้งกันจังฟระ  55  

 

  

 

 

 

ปาท่องโก๋  บ้านเค้าชิ้นใหญ่น่ากินดีจิน ๆ แต่ขอโทษตอนนั้นกินไรไม่ลงเลยครับ  เหมือนมีอะไรจุกอยู่ในลำคอ  ในหัวผมตอนนั้นถ้าเราซื้อตั๋วเครื่องบินไปมัณฑะเลย์อีกใบเนี่ย  จะมีตังค์เหลือเที่ยวกันจนครบวันมั๊ยน้อ  หรือถ้านั่งรถบัสไปแทน  แพลนคงต้องหั่นกันวุ่นวายไปหมด       หันมามองหน้ากันทีแล้ว  ได้แต่ปลง  ตอนนั้นสิบโมงเข้าไปแล้วครับ  L …………….หนัก ๆ เข้าไม่รู้ทำอะไรเลยเดินออกไปถ่ายรูปชาวบ้านแก้กลุ้มดีฝ่า J

 

  

 

   

 

 

 

ในที่สุดรถที่เรารอคอยก็มาถึงครับ  คันสีน้ำเงินนั่นละครับ  ตอนคนพม่ากรูกันขึ้นไปเต็มรถนั้น  เราชักเสียว ๆ เหมือนกันว่าจะได้ขึ้นมั๊ยเนี่ย    สุดท้ายก็ได้ไปครับ  แต่เลทจากเวลาที่แพลนไว้ไปประมาณ หนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเอง ฮ่า ๆ

 

  

 

 

 

          ผมเราลงไปถึงด้านล่าง (คิมปุนแคมป์)  Mr. Chan นั่งยิ้มแหย ๆ รอเราอยู่บนรถครับ  ไอ่เราก็ชื่นใจว่ายังรออยู่ที่ไหนได้  แกดันยกนิ้วโป้งลง  แล้วทำท่าปาดคอให้เราดู  เราก็รู้ทันทีว่าแกหมายถึงพวกเราไปไม่ทันเครื่องออกแน่ ๆ  แกบอกพวกเราว่าเราควรจะลงมาก่อน 9 โมงแล้ว   เราก็บอกแกไปว่าจะทำยังไงได้  ในเมื่อรถมันไม่มีขึ้นไปรับ  แกยืนกรานว่าไม่ทันแน่นอน  เวลาตอนนั้น  10.30 แล้ว  เราต้องไปเช็คอินก่อน 14.00  ผมก็บอกให้แกลองดูก่อน (กัดฟันพูดไปงั้นแหละ  จริง ๆ ตอนนั้นหน้าซีด)  แกบอกท่าเดียวว่ารถแกต้องขับเกือบห้าชั่วโมงยังไงก็ไม่ทัน 

 

ดังนั้นผมเลยบอกแกว่างั้นไปหาที่โทรศัพท์  ผมจะโทรไปที่เอเยนต์ว่าสามารถเลื่อนไฟล์ทหรือทำอะไรได้บ้าง  (พม่าไม่มีมือถือให้ใช้นะครับ  ราคายังแพงมาก  ใช้กันแต่ในหมู่คนรวย   ส่วนโทรศัพท์ถ้าจะโทรจากเมืองชนบทอย่างไจท์โถ่วต้องไปที่ร้านที่รับต่อโทรศัพท์ซึ่งมีแค่ไม่กี่แห่งในเมือง)  แต่ เป็นความซวยของเรายังไงไม่ทราบได้  โทรเบอร์ไหนก็ไม่ติดครับ  ดังนั้นจึงเหลือทางรอดทางเดียวคือเราต้องไปให้เร็วที่สุด  แล้วหวังว่าเค้าจะยอมให้เราเลทเวลาเช็คอินได้บ้าง

 

Mr. Chan บอกยังไงก็ไม่ทันท่าเดียว  ในที่สุดผมเลยต้องงัดท่าไม้ตาย  บอกแกไปว่า  ถ้าพาพวกเราไปทันเวลา  เราจะให้แกอีก 20 $  (ตอนนั้นเข้าตาจนแล้วครับ  ยังไงก็ต้องทำ)  แกถึงเงียบ ๆ ไปก่อนจะบอกว่า ‘It’s very hard’  ผมไม่สนใจบอกแกให้รีบไป

 

   

 

 

 

ส่วนนึงที่เราไม่สามารถทำความเร็วได้มาก  นอกจากสภาพถนนที่บอกไปแล้ว  ก็คือความเก่าของรถแกด้วยนี่แหละครับ   แต่หลังจากโดนท่าไม้ตายของผมเข้าไป  แกก็เหยียบเต็มที่เลยครับ  เหยียบสุด ๆ  จนได้ความเร็วติดจรวดประมาณ  90 km/h (คุณพระคุณเจ้า -_-‘)    แต่ขนาดนั้นรถตู้ของแกก็สะเทือนมากจนพวกเรารู้สึกผิดเหมือนกัน  ว่า 20 $ นี่มันจะคุ้มสำหรับแกหรือเปล่า  ถ้าต้องไปทำช่วงล่างใหม่ J  อยากจะบอกว่า  เวลาลุ้นรถช้าไล่แซงรถแต่ละคัน  นี่ลุ้นมันส์ดีจิน ๆ ครับ   เหอ ๆ  ……………… รูปด้านล่าง สภาพความเสียหายบริเวณชานเมืองย่างกุ้ง

 

     

 

 

 

เย้!  ในที่สุดเรามาทันครับ  แถมมาถึงสนามบิน 13.30   ก่อนเวลาครึ่งชม.  อีกต่างหาก  เท่ากับว่าแกใช้เวลาขับเพียง 3 ชม. เท่านั้น  จากที่เมื่อวานฟาดไป  5 ชม.  (จำนวนเวลาที่บอกเนี่ย  ระยะทางจริง ๆ ประมาณ 220 กม. เองนะครับ  ลองหลับตานึกกันดูละกัน  ว่าสภาพถนนเป็นแบบไหน )  หลังจากรับโบนัสเสร็จสรรพก่อนลา  ด้วยความประทับใจส่วนตัว  ผมเลยบอกแกไปว่า  เราจะกลับมาที่ย่างกุ้งอีกเย็นวันที่ 17 พ.ค.  ถ้าแกอยากมารับก็ได้    ซึ่งในตอนนั้นเราก็ไม่คิดอะไรมากเท่าไหร่  แต่ภายหลังเราก็พบว่านั่นเป็นการตัดสินใจที่ถูกอย่างมากเลยครับ  ......................สภาพภายในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ  (ต่างกับนอกประเทศ  หน้ามือกับหลังมือ) 

 

  

 

 

 

มาพม่าต้องลองโค้กพม่าครับ ฮ่า ๆ J  ร้านขายของในสนามบิน  มีร้านเดียวที่เห็นนี่แหละครับ  ด้วยความหิว  เลยกดไปชุดใหญ่เลย  ขนมจีบสองถาด  โค้กหนึ่งกระป๋อง  คิดเป็นเงินไทยประมาณ 90 บาท  ถือว่าไม่แพงเท่าไหร่ในสนามบิน  ตามความคิดผม 

 

 

 

 

จากย่างกุ้ง ไป มัณฑะเลย์  ใช้เวลาชั่วโมงกว่า  โดยสายการบินแอร์บากัน  ไฟล์ทนี้เราเจอแจ็คพอตอีกแล้ว  เนื่องจากแอร์เสีย  ในครึ่งชม. แรก   เหงื่อไหลกันทั้งเครื่องเลยทีเดียว   พร้อมกับความขายขี้หน้านิดหน่อย  เพราะผมดันบอกทั่นเอ๋ไปว่า  สายการบินเนี๊ย  เจ๋งสุดในประเทศเค้าแล้วนะเฟ้ย  ก่อนขึ้นเครื่อง  -_-‘

 

  

 

 

 

ทันเห็นเครื่องบินเมกาด้วยนะครับเนี่ย  นำสิ่งของมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยครับ  ได้มีส่วนร่วมในข่าวระดับโลกกะเค้าเหมือนกัน

 

 

 

 

 

อาหารบนเครื่องเค้า  ต้องบอกว่าน่าทานครับ  คล้าย ๆ กับครัวซอง  แต่ล่างจะเป็นไข่ครับ 

 

 

 

 

 

ภาพเมืองมัณฑะเลย์จากบนเครื่องบิน

 

  

 

 

 

ในที่สุดก็ถึงเมืองมัณฑะเลย์ครับ  เมืองอันดับสองของพม่าเปรียบเหมือนเชียงใหม่ของบ้านเรา  อย่างแรกที่พบคือถนนหนทางนิ๊งกว่าที่พะโคมากครับ  ราวกับคนละประเทศกันเลยทีเดียว  อ่อ  พี่ Taxi คนนี้ชื่อ Mr. Myu ku ครับ  ค่าแท็กซี่ 16000 Kyat  ไม่แพงเท่าไหร่  เพราะตามข้อมูลที่เช็คมาราคาอยู่ที่ 20000 Kyat  ………………………จบ Day2 J

 

 

 

 

 

 

 

 

 

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////