ท่องเมืองม่านหลังนาร์กิส
เที่ยวชม 5
มหาบูชาสถาน
และเมืองสำคัญในพม่า
11 – 19 May 2008
Day 4
อมรปุระ,
สกายน์,
มิงกุน
และอังวะ (14 May)
เริ่มเดินทางตั้งกะตีห้า
โปรแกรมวันนี้ได้แก่
อมรปุระ – สกายน์ – มิงกุน – อังวะ จากนั้นตรงไปสนามบิน

อมรปุระ เป็นเมืองหลวงเก่าก่อนที่จะย้ายมาที่มัณฑะเลย์
อยู่ห่างกันไม่มากประมาณ
8 กม. เราไม่ได้มาอมรปุระเพื่อเที่ยววัด
หรือวังโบราณ แต่เรามาเที่ยวสะพานครับ
...
สะพานแห่งนี้ชื่อ
สะพานอูเบ็ง
เป็นสะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก
ความยาวประมาณ
1.2 กิโลเมตร
อายุกว่า 200
ปี




เด็กหญิงตัวเล็กชื่อ
น้อง ‘ซู่ซู่’ อายุ 11
ขวบเท่านั้น
แต่พูดภาษาอังกฤษเก่งมากเลยครับ
ส่วนคนซ้ายเป็นคุณพ่อของเธอครับ

บรรยากาศยามเช้าริมสะพานอูเบ็ง


ในคลองมีเรือหาปลา
แต่ไม่ได้เข้าไปใกล้มาก
ใช้ซูมเอาครับ ..........เห็นเมฆฝนทะมึนอยู่แต่ไกล


ต่อจากนั้นเรามุ่งสู่
สกายน์
ซึ่งต้องข้ามฝั่งแม่น้ำเอยาวดี
สะพานที่เห็นคือสะพานอังวะ (ใหม่) ส่วนที่เห็นไกล
ๆ คือสะพานอังวะ
(เก่า) ซึ่งเราใช้ตอนกลับจากอังวะไปสนามบิน


เล่าเรื่องนิดนึงคือ
ที่มัณฑะเลย์จะมีเมืองหลวงโบราณของพม่า อยู่ใกล้กันถึง
4 เมือง
(พม่าย้ายเมืองหลวงบ่อยครับตั้งแต่โบราณแล้วครับ
ย้ายไปย้ายมาน่าปวดหัว)
ได้แก่
มัณฑะเลย์,
สกายน์, อังวะ,
อมรปุระ โดยมัณฑะเลย์มีอายุน้อยที่สุด
อายุตั้งแต่แรกสร้างประมาณ
200 ปี
แต่ก็ใหญ่และเจริญที่สุดในปัจจุบันเช่นกัน
ส่วนอังวะเคยเป็นเมืองหลวงนานที่สุดโดยเป็นอยู่นานถึงประมาณ
400 ปี
การเดินทางด้วยรถระหว่างเมืองโบราณทั้ง
4
เมืองนี้ทำได้ง่ายมาก โดยมัณฑะเลย์
และอมรปุระ อยู่ฝั่งเดียวกัน
ขณะที่สกายน์
และอังวะ
อยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำเอยาวดี
แม่น้ำสายสำคัญที่สุดของพม่า
ภาพวัดบนเนินเขาเมืองสกายน์



ภาพพุทธประวัติครับ
สีสันสวยงามดีทีเดียว


ทิวทัศน์เมื่อมองจากสกายน์ฮิลล์


จากนั้นมุ่งหน้าสู่มิงกุนครับ เราไปตามถนนริมแม่น้ำเอยาวดี กว้างใหญ่มากมาย

แวะทานข้าวครับ
น้ำผลไม้ยี่ห้อ
veve อร่อยมากมาย
มีเนื้อผลไม้ด้วยอีกต่างหาก
สนนราคากระป๋องละ
500 ถ้าจำไม่ผิดนะ
ประมาณสิบกว่าบาท
แต่สังเกตข้าวนะครับ เบสิคมาก
ถั่วทอดกับไข่ดาว
(แต่ตอนหิวนี่
ไม่อยากบอกว่าอร่อยขนาดไหน
J)

ในที่สุดก็มาถึงมิงกุนครับ ที่แรกที่จะพาไปชมคือ เจดีย์มิงกุนนั่นเอง



เจดียยักษ์แห่งมิงกุน
ปัจจุบันเป็นสิ่งก่อสร้างด้วยอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก
(แม้จะยังสร้างไม่เสร็จ)
มีความสูงประมาณ
50 เมตร
(พอขึ้นไปได้บนรู้สึกเหมือนอยู่บนภูเขาเลยครับ
คิดดูก็น่าทึ่งในความวิริยะอุตสาหะของคนสร้าง) โครงสร้างบางส่วนพังทลายจากแผ่นดินไหว พระเจ้าโบ่ตอพญา
(ปดุง)
มีพระบัญชาให้สร้างเมื่อประมาณ
200 ปีก่อน โดยมีพระประสงค์ให้สูงถึง
151 เมตร
แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าพระองค์สวรรคตเสียก่อน
และไม่มีผู้ใดสานต่อความฝันอันยิ่งใหญ่นี้
รูปซ้ายมือสังเกตดูดีดีนะครับ จะเห็นคนเป็นจุดเล็กอยู่บนเจดีย์ รูปขวาลองซูมเข้าไปซิ
(จะมีสาว ๆ
มั๊ย คริคริ)

วิวด้านบนมหาเจดีย์




ไกลออกไปคือ
ระฆังแห่งมิงกุน และเจดีย์ฉิ่นมยู
ปยี
หนึ่งในสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นบนแผ่นดินพม่า
แอ็คชั่นสั่งลา อิ อิ

จากนั้นเราไปต่อที่
ระฆังยักษ์แห่งมิงกุน
(มิงกุน
มีแต่ของยักษ์
ๆ ครับ
ตามคอนเซปต์ เล็ก ๆ
มิงกุน ไม่ ใหญ่ ๆ
มิงกุน มี J)

ถัดไปอีกไม่ไกลกเป็นเจดีย์
ฉิ่นมยู ปยี พระเจ้าปะจีตอ
พระราชนัดดาของพระเจ้าโบ่ตอพญาทรงสร้างขึ้นปี
ค.ศ. 1816
เพื่อเป็นที่ระลึกถึง
พระชายานามว่า
ฉิ่นมยู ปยี


สภาพอากาศเป็นแบบไหน
ลองดูเด็กน่ารักสองคนนี้นะครับ J ….ขวามือ
ละแวกมิงกุนมี
Art gallery งาม ๆ
หลายเจ้า

รถแท็กซี่เราเบรคพังครับ
แต่คนขับสามารถมาก
แวะจอดแถวหมู่บ้าน แล้วซ่อมเองเลยซะงั้น

จากนั้นเราก็พาตัวเองไปยัง
อินน์วะ (หรืออังวะ
ตามสำเนียงไทย)
อดีตเมืองหลวงอันรุ่งเรืองของพม่า
แต่เนื่องจากเรามีเวลาน้อยครับ
เลยไปแค่ที่เดียว
ซึ่งผมก็ไม่รู้จักเหมือนกัน
แต่คนขับบอกว่าชื่อวัดเมนดุ๊ก อังวะที่ผมเห็นแทบไม่เหลือเค้าความเป็นราชธานีเลยครับ
ถนนหนทางในเมือง
เป็นทางเกวียนที่รถยนต์เข้าไปได้แบบยากลำบาก
ผิดคาดเหมือนกัน

รอบนี้เนื่องจากความเลี่ยมคนขับรถที่อยากได้ตังค์เพิ่ม
ทำเอาเราเกือบตกเครื่องอีกครั้ง
แถมยังมีหน้าไม่รับแบงก์ดอลลาร์
(ที่มีตำหนิเพียงเล็กน้อย)ของเราอีก
ตอนนั้นเครียด
ครับเครียด แต่สุดท้ายก็ขึ้นเครื่องทันไปบ่ะกันได้โดยไม่มีปัญหา (สรุปมันก็เอานั่นแหละ
แบงก์มีตำหนิแม้แต่เพียงนิดเดียว
จะแลกได้เงินจ๊าดในเรตต่ำกว่ามาตรฐานครับ
ผมเดานะ)
ซ้ายมือ
สลัดผักรวม
ขวามือ
แอร์แอร์บากันครับ J
เมื่อถึงบ่ะกัน
(พุกาม)
เราแลกเงินได้สำเร็จนะครับ
ดีใจแทบตาย
.......................ร้านอาหารละแวกโรงแรมที่เราพักครับ
(ย่านหนองอู) บรรยากาศฮิบมากครับ
ขอบอกชื่อร้าน
Bagan restaurant บรรยากาศบ่ะกันช่วง
โลว์ซีซั่นนี่ คล้าย
ๆ ปาย
เลยครับ ขอบอก (ปาย
สมัยก่อนนะ
ไม่ใช่ปาย
สมัยนี้ที่คนเป็นหนอน
55) ………..จบ Day 4 J

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////