ท่องเมืองม่านหลังนาร์กิส

 

เที่ยวชม 5 มหาบูชาสถาน  และเมืองสำคัญในพม่า 11 19 May 2008

 

 

By   Shoot_cmu@yahoo.co.uk

 

 

 

 

 

Day  5  วันแรกในพุกาม (15 May)

 

 

 

เช้าวันแรกของเราในพุกาม  อาหารเช้าก็เหมือนกับหลายที่ก่อนหน้านี้  ที่จะต้องมีขนมปัง, ไข่,  เนย  ยังดีที่เราขอข้าวเค้ามาได้อีกอย่างนึง  เป็นข้าวคลุกเกลือรสชาดอร่อยอย่าบอกใคร J  ……………ส่วนโรงแรม New Heaven นี้จริง ๆ เป็นเกสต์เฮ้าส์  แต่มีแอร์และน้ำอุ่น   ราคาก็ถูกกว่าโรงแรมพอสมควร

 

 

 

 

 

โชคดีอย่างหนึ่งของพวกเราคือ ปกติเมืองบ่ะกั่น (พุกาม) เป็นเมืองที่มีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศคล้ายทะเลทราย  ปริมาณน้ำฝนอยู่ในเกณฑ์ต่ำสุดในพม่า  แต่โชคร้ายเพียงอย่างเดียวของพวกเรา ก็คือ ฝนตกทุกวันในขณะที่เราอยู่ที่นั่น  55 J

 

เพียงก้าวแรกที่เราออกจากโรงแรมที่พัก  ฟ้าฝนก็เป็นใจ  เหมือนกลัวพวกเราจะร้อนกัน J

 

 

 

 

 

 

 

ยังไม่ทันเที่ยวที่ไหนก็ต้องหลบฝนอยู่ใต้เจดีย์ร้างเสียแล้ว

 

 

 

 

 

อ่อ ลืมบอกไปเราจ้างรถม้า  ซึ่งเดินมาถามเราที่โรงแรมเลย   สนนราคา 9000 Kyat (ไม่แพง) ............................................ คนขับรถม้าของเราชื่อ คุณ เอ เมียง  คนนี้แนะนำเหมือนกันครับ  นิสัยดี  นอกจากขับรถม้าแล้ว  แกจะเป็นไกด์ในตัวด้วย  สิ่งที่แกพูดนี่ตรงกับในหนังสือเป๊ะ ๆ 55     .............................................  มีอยู่วันนึง  อยู่ดีดีแกหยุดรถม้าเฉย  เนื่องจากมีฝรั่งตะโกนเรียกแก  แกบอกพวกเราว่าขอเวลาแป๊บนึง  แล้วแกก็ไปคุยกับฝรั่งชายหญิงคู่หนึ่งสัก 5 นาที    พอเรียบร้อยแกก็เล่าให้ฟังว่า  ฝรั่งคนนั้นเป็นลูกค้าเก่าแกที่เคยมาเที่ยวบ่ะกั่นเมื่อ 4 ปีก่อน!   กำลังเที่ยวตามหาแกอยู่  หลังจากไปหาแกที่โรงแรม(ที่เราพัก) แล้ว  แต่ไม่เจอ ...........................................ผมทึ่งมาก  เลยถามแกว่า  แกจำได้ไง  ตั้ง 4 ปีมาแล้ว  แกบอกแกจำรอยสักที่แขนได้ !  ถึงอย่างนั้นผมก็ยังอึ้งอยู่ดีกะความจำของแกอยู่ดี  หุ ๆๆ J  

 

รูปลุงเอ เมียงครับ  ม้าแกชื่อแรมโบ้ครับ ^^

 

  

 

หลายคนที่มาเที่ยวพุกาม  หรือมากับทัวร์อาจจะไปที่วัดอนันดาก่อน (ผมเดา)  แต่ผมบอกให้ลุง เอ เมียง  ไปที่วัดชเวสันต่อ  เป็นที่แรก   สำหรับเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกเป็นที่แรกนั้นลองอ่านต่อไปครับ

 

เส้นทางระหว่างเข้าเขต Old Bagan

 

    

 

 

 

วัดชเวสันต่อ   : ที่นี่เป็นหนึ่ง ใน สาม สิ่ง  ที่พระเจ้าอโนรธาสร้างหลังพิชิตและนำพระไตรปิฏกมาจากเมืองตะโถ่ง (สะเทิม)  ได้ในปีค.ศ. 1057    เจดีย์แห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดของพุกาม    ในพงศาวดารพม่าพระเจ้าอโนรธาเป็น 1 ใน 3 กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพม่า  (อีกสององค์คือพระเจ้าบุเรงนอง  และพระเจ้าอลองพญา)   

 

 

 

  

 

 

 

เป็นเจดีย์ที่สูงมากครับ  ภายหลังเราจึงทราบว่าที่นี่เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดที่ยังสามารถปีนขึ้นได้  ส่วนเจดีย์ที่สูงกว่านี้ส่วนใหญ่ถูกห้ามปีนขึ้นแล้ว 

 

 

 

 

 

 

 

บริเวณใกล้วัดชเวสันต่อ  มีพระนอนขนาดใหญ่  แต่ไม่ได้เอารูปมาให้ดูนะครับ  เพราะมุมบีบมากแทบจะถ่ายไม่ได้     ถัดจากนั้นเราก็มาที่ วัดอนันดา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของพุกาม

 

 

 

 

 

                วัดอนันดาสร้างโดยพระเจ้าญาณสิทธา พระโอรสของพระเจ้าอโนรธา  ในคริตศตวรรษที่ 12  โดยจินตนาการจากคำบอกเล่าพระธุดงค์จากอินเดียที่เล่าถึง ถ้ำนันทะบริเวณเชิงเขาหิมาลัย  ซึ่งมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี   เมื่อสร้างวิหารนี้แล้วเสร็จ  พระองค์พอใจในความงามมากจนไม่ต้องการให้เกิดการลอกเลียนแบบ  จึงรับสั่งให้ประหารนายช่างที่ทำการก่อสร้างทั้งหมด  ปัจจุบันถือเป็นวัดที่ได้รับการบูรณะสมบูรณ์ที่สุด  และเป็นต้นแบบศิลปะของพุกาม

 

 

 

 

 

ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่  ทั้ง 4 ทิศ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วัดต่อไปคือ  วัดสัพพัญญู  สร้างโดยพระเจ้าอลองสิทธู (คนพม่าออกเสียง  อะ-ลอง-ซี-ตู)  สูงจากพื้นดิน 61 เมตร  เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพุกาม

 

 

 

 

 

 

 

ตอนเราออกจากวัดสัพพัญญู  ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักอีกครั้ง  ดังนั้นเราจึงหลบเข้าวัดที่รถม้ากำลังผ่านพอดี  ชื่อวัดชเวกู่จี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วัดชเวกู่จี  มีประวัติที่น่าเศร้าเกี่ยวกับผู้สร้าง  คือ พระเจ้าอลองสิทธู (ผู้สร้างเจดีย์สัพพัญญูด้วย)  กล่าวคือ  ขณะที่พระองค์กำลังประชวร  นะระตู่ซึ่งเป็นพระโอรสของพระองค์ได้หลอกพระองค์มาที่วัดชเวกู่จีแห่งนี้  และทำการปลงพระชนม์ (ปิตุฆาต)  เพื่อชิงราชบัลลังก์

 

วัดสัพพัญญู  มองจากวัดชเวกู่จี,    

 

 

 

 

 

 

บรรยากาศเขตพุกามเก่า (Old Bagan) เมื่อมองจากวัดชเวกู่จี

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

แม่ค้าประจำวัดชเวกู่จีครับ  ตอนแรกผมนึกว่าเป็นไกด์  บรรยายประวัติวัดนี้ให้ฟังน่าสนใจทีเดียว   ไอ่เราจะไม่ฟังก็ไม่ได้  สุดท้ายหลังจากโดนตื๊อครั้งที่ 3698 ผมก็จำเป็นต้องซื้อของ ๆ เธอมาชิ้นนึงครับ  แหะ ๆ  (ตื๊อนักเลยถ่ายรูปไว้ซะเลย  อิ อิ   น่ารักดีเหมือนกันนะครับเนี่ย J)

 

 

 

 

พอฝนซาเราก็เดินทางต่อไปยัง วัดก่อต๊ะปะลิน  ซึ่งมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมและความสูงใกล้เคียงกับวัดสัพพัญญู   แต่ก่อนเป็นจุดชมทะเลเจดีย์ที่นิยมแห่งหนึ่ง  แต่ช่วงที่ผมไปเค้าห้ามขึ้นครับ L 

 

 

 

 

 

 

สูงใหญ่และงดงาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากนั้นเราตั้งใจจะไปวัด ธรรมยางจีหรือปิระมิดแห่งพุกาม    ระหว่างทางผ่านประตู ตะระป่า  ประตูเมืองโบราณซึ่งมีศาลของมิงมหาคีรีนัตตั้งอยู่

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

ในที่สุดก็มาถึง  วัด ธรรมยางจี  วัดนี้มีประวัติต่อเนื่องจากวัดสัพพัญญู  และวัดชเวกู่จี  เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมของพระเจ้าอลองสิทธูที่ได้เล่าไปแล้ว  กล่าวคือพอปลงพระชนม์พระบิดาสำเร็จแล้ว   ปรินซ์ นะระตู่ก็ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้านะระตู่    พระเชษฐาของพระองค์ที่ได้หลบหนีไปได้ตั้งแต่ช่วงก่อการ  ได้ถูกเกลี้ยกล่อมให้กลับเข้ามาในเมืองพุกาม  โดยพระเจ้านะระตู่สัญญาว่าจะไม่ทำอะไร   ทีนี้ เดาซิครับว่าพระองค์ทำยังไง ……………….ถูกครับ  พระองค์ก็ประหารพี่ชายลงด้วยอีกคนนึง  (ตอนลุงเอ เมียงเล่าแกทำท่าปาดคอให้ดูด้วยครับ  หน้าตาท่าทางของแกเหมาะมาก  ปากก็แด๊งแดงด้วยน้ำหมากของชาวพม่า  สยดสยองมากครับ  ขอบอก  J) 

 

 

 

 

 

 

 

          เรื่องของเรื่องก็คือ  หลังจากนั้นคิงนะระตู่ก็เกิดสำนึกผิดขึ้นมาครับ  ก็เลยสร้างวัดธรรมยางจีแห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นการไถ่บาปที่ทรงก่อขึ้นกับพระราชบิดา  และพระเชษฐา  รูปปั้นพระพุทธรูปคู่กันสององค์นี้  เป็นตัวแทนของพระบิดา(อลองสิทธู) และพระเชษฐาของพระองค์ครับ   การวางพระพุทธรูปไว้คู่กันแบบนี้พบน้อยมากในพม่า (รวมทั้งที่อื่นด้วย)

 

 

 

 

          แต่คิงนะระตู่ก็ได้รับผลแห่งกรรมของพระองค์ราวกับในนิยาย  กล่าวคือ พระองค์ได้อภิเษกกับเจ้าหญิงจากอินเดีย   แต่เนื่องจากมีความขัดแย้งเรื่องความเชื่อ  (เกี่ยวกับเรื่องใครอาบน้ำ  ไม่อาบน้ำ  หรือใครจะประหยัดน้ำนี่แหละ  ขออภัยที่ไม่ได้ฟังลุงเอ เมียงโดยละเอียด J)  นาน ๆ วันเข้า  พระองค์ก็ไม่ร่วมบรรทมกับเจ้าหญิง  และท้ายที่สุดก็สั่งประหารเธอ  แต่เรื่องไม่ได้จบลงง่าย ๆ ครับ  เพราะกษัตริย์อินเดียทรงพิโรธมากและส่งมือสังหาร  ปลอมตัวเข้ามาและสังหารพระองค์กลางท้องพระโรงอย่างอุกอาจ   ศักราชอันโหดร้ายของพระองค์ก็ปิดฉากลงด้วยระยะเวลาเพียง 3 ปี  รูปปั้นหลังพระพุทธรูปที่เห็นนี่  คิงนะระตู่สร้างขึ้นไถ่บาปที่ทรงกระทำกับเจ้าหญิงครับ    คิงนะระตู่นี่คนแถวพุกามรู้จักและเล่าเรื่องของพระองค์ได้เป็นอย่างดีครับ  แม้จะเป็นเด็กเล็ก ๆ ไม่ถึง 10 ขวบ     เด็ก ๆ  หลายคนบอก ‘crazy Narathuหรือ  ‘cruel Narathu ชัดเจนเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

                แต่แม้จะครองราชย์อยู่เพียง 3 ปี  วัดธรรมยางจีที่สร้างด้วยอิฐแดงแห่งนี้ก็เป็นโบราณสถานที่ใหญ่ที่สุดในพุกาม  ดู ๆ ไปก็คล้าย ๆ ปิระมิดอย่างที่ เอ เมียง บอกเหมือนกัน  นอกจากนี้  ฝีมือการวางอิฐต้องถือว่าเป็นเอก  เนื่องจากในขณะสร้างหากทรงสามารถสอดเข็มเข้าไปในช่องระหว่างอิฐได้  ช่างผู้นั้นจะถูกประหารทันที  (ขนาดจะสร้างวัดไถ่บาปยังไม่วาย  คงยี่ห้อความพระโหด J) 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เด็กที่ขายของที่วัดนี้  น่ารักดีครับ  ส่วนใหญ่ 10 กว่าขวบเท่านั้น  คุยสนุก  และไม่ตื้อให้ซื้อของมาก  ………………ไปพม่าแนะนำว่าโปสการ์ด  ซื้อได้ครับ  ราคาไม่แพง  ส่วนใหญ่ตกรูปละ 2-4 บาทเท่านั้น (ขายเป็นชุด)  แล้วแต่ความสามารถในการต่อ  ผมเองเสียดายที่ซื้อมาน้อยไปหน่อย  J

 

 

 

 

 

ที่นี่เป็นเมืองทะเลทรายครับ   มีโอกาสเจอสัตว์อย่างแมงป่อง,  งู  รวมถึงสัตว์แปลก ๆ   ………….นี่ก็เป็นแมลงแปลกชนิดนึง

 

 

 

 

หลังออกจากวัดธรรมยางจี  เราก็แทบหมดแรงข้าวต้มกัน  ผมเลยบอกลุง เอ เมียง ว่า ลุง พาผมไปไหนก็ได้อีกวัดนึง  จากนั้นไปหาที่ถ่ายรูปสูง ๆ  ลุงแกก็พามาที่ วัด สุลามณี ครับ  ซึ่งสร้างโดยพระเจ้านรหปติสิทธูประมาณ คริสตศตวรรษที่ 12  บนที่ที่พระองค์ทรงพบ อัญมณี อันเป็นที่มาของชื่อวัดนั่นล่ะครับ

 

 

 

 

 

 

 

วัดสุลามณี(สุลามณีพญา) แห่งนี้มีลักษณะคล้ายวัด ติโลมินโล (อยู่ใน Day6) จนเรียกได้ว่าเป็นวัดคู่แฝดกันก็ว่าได้   โดยวัดติโลมินโลนั้นสร้างโดยพระโอรสของพระเจ้านรปติสิทธู  ลักษณะทางสถาปัตยกรรมและความสูงใกล้เคียงกันมาก  แต่วัดติโลมินโลมีสภาพที่ดีกว่าพอสมควร  โดยเฉพาะตัวองค์เจดีย์ด้านบน    แต่ทั้งสองแห่งตอนที่ผมไปก็ห้ามขึ้นไปชั้นบนเช่นเดียวกัน

 

 

 

 

 

 

พระพุทธรูปศิลปะพุกาม  และภาพฝาผนัง  ทั้งหมดอายุประมาณ 1 พันปีครับ  เก่าแก่มาก

 

   

 

  

 

 

ปิดท้ายวันอันแสนเหน็ดเหนื่อย  (แต่อิ่มใจ J)  กับภาพทะเลเจดีย์แห่งพุกามครับ  รูปแรกที่เห็นเป็นหอคอยไกล ๆ เป็นโรงแรมในเครือสายการบินแอร์บากันครับ  ไม่รู้ให้สร้างได้ยังไงเหมือนกัน L  ……..สนนราคาคืนนึงก็ไม่แพงมากครับ  ประมาณ 300-500 $  555 ……………จบ Day5

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////