ท่องเมืองม่านหลังนาร์กิส
เที่ยวชม 5
มหาบูชาสถาน
และเมืองสำคัญในพม่า
11 – 19 May 2008
Day 7
บ่ะกันวันที่สาม
(เขาปุ๊บปา) (17 May)
ตื่นตั้งกะตี
4
อีกแล้ววันนี้ โดยเรามีแผนจะไปเขาปุ๊บปาในช่วงเช้า
โดยออกจากที่พักเวลาตีห้า
เขาปุ๊บปา
หรือเขาโปปา
(หรือเขา
บุปผา ในภาษาไทย)
เป็นภูเขาหินรูปโต๊ะที่เกิดจากแผ่นดินไหว
ตั้งตระหง่านกลางที่ราบบ่ะกันอันกว้างใหญ่ไพศาล
มีความสูงประมาณ
1500
เมตรจากระดับน้ำทะเล
เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในแถบภาคกลางของพม่า และมีความศักดิ์สิทธิ์เพราะเป็นที่สถิตย์ของผีนัต
สำคัญของพม่า คือ มิงมหาคีรีนัต
ตอนที่เราตัดสินใจไปเขาปุ๊บปานั้น
ก็เสี่ยงพอดูเนื่องจากเราเบื่อกับฝนที่ตกในบ่ะกันเกือบทุกวัน ดังนั้น
การเลือกไปเขาปุ๊บปาที่ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้
ประมาณ 50 กม.
อาจเป็นทางเลือกที่ไม่เลว
แต่เราก็โชคไม่ดีอีกครั้ง
J เพราะที่เขาปุ๊บปาเราเจอฝนที่หนักที่สุดเลยก็ว่าได้
55
รูปแรกที่เป็นรูปที่ถ่ายจากรูปถ่ายอีกที
ของวัดบนเขาปุ๊บปา เนื่องจากตอนนั้นชัดเจนแล้วว่าคงถ่ายไม่ได้ถ่ายอะไร
กลับไปนอกจาก เมฆ, ฝน,
หมอก
และลิง J ดูกันชัด
ๆ
เขาปุ๊บปายามท้องฟ้าแจ่มใส

ดูจากรูปแล้ว
หากไม่มองในด้านความศักดิ์สิทธิ์
ที่นี่น่าจะเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในแถบนี้เลยทีเดียว
คิดแล้วก็เสียดายนิดหน่อย
J ต่อไปมาดูกันครับ
ว่าในโลกของความจริง
(ณ เวลานั้น)
เป็นยังไงบ้าง
ออกจากบ่ะกั่นตอนตี
5
มาถึงเชิงเขาปุ๊บปา
ประมาณหกโมงกว่าครับ ก็หาอะไรกินกันก่อน
เพื่อนผมสั่งข้าวผัด
ส่วนผมสั่ง Fried chicken with paprika
นึกว่าจะเป็นไก่ทอดชุบปาปริก้าที่ไหนได้
ออกมาเป็นรูปขวาซะงั้น
J

รสชาดก็ไม่ค่อยดีเท่าไรครับ
แต่ผมก็กินข้าวหมดไปสองจาน
กินไปนั่งรอไปว่าฝนจะหยุดเมื่อไหร่
55 หลังจากเห็นท่าว่าฝนคงไม่หยุดตกอย่างแน่นอน
เราก็ตัดสินใจดุ่ย
ๆ ขึ้นไปทันที
ทั้งที่วิสัยทัศน์แย่ขนาด
แต่ก็นั่นละครับ
ผีถึงป่าช้าแล้ว 55

อ่อ
ที่เขาปุ๊บปานี่ลิงเพียบเลยนะครับ
ตอนแรกก็งง
เหมือนกันว่า
มาเขาปุ๊บปา
หรือมาลพบุรี
55
ระหว่างที่เรานั่งกินข้าวอยู่
เจ้าของร้านต้องเอาหนังสติ๊กใส่หินมาไล่ยิงพวกวานรเป็นระยะเลยครับ
นอกจากนี้คนขับยังบอกเราว่า ‘ให้ระวังลิงพวกนี้ด้วย
ลิงบางตัวมันตัวใหญ่และฉลาดมาก
มันอาจจะเข้ามาแย่งกล้องหรือสิ่งของคุณได้’ J
…….เอิ๊ก
ได้ฟังแล้วก็ทั้งขำ
ทั้งเสียวครับ
เพราะวันนี้หัวหน้าลิงสองตัวที่ตัวใหญ่กว่าใครเพื่อน
จะตะลุยเขาปุ๊บปาโดยลำพัง
555
เหมือนกับหลาย
ๆ ที่
ลิงพวกนี้ไม่กลัวคนเลยแม้แต่น้อย
^^


ระหว่างทางมีศาลเจ้ามากมายครับ
แต่ด้วยบรรยากาศที่เป็นใจ
เราจึงไม่มีอารมณ์ที่จะซักไซ้ไล่เรียง
ว่าท่านเป็นใครบ้างแต่อย่างใด

นอกจากศาลเจ้าแล้ว
พระพุทธรูปก็มีอยู่หลายองค์เช่นกัน
พม่าผสมผสานความเชื่อพุทธและผีเข้าไว้ด้วยกัน
มาตั้งแต่ครั้งโบราณ
(ดูไปก็คล้ายบ้านเรามากในข้อนี้)

ในที่สุดก็ถึงยอด
เขาปุ๊บปานี้ถ้าว่ากันตามจริงถือว่าสูงพอสมควรเลยครับ
แต่ถ้าเทียบกับมัณฑะเลย์ฮิลล์ต้องบอกว่าขึ้นง่ายกว่า ส่วนนึงคือบันไดค่อนข้างชันและถี่ ไม่ค่อยมีพื้นที่ให้เดินมากนัก ส่วนบรรยากาศนี่ดูจากสองรูปนี้คงไม่ต้องบรรยายมาก สุด ๆ 55




อยู่กันไม่นานครับ
เนื่องจากไม่เห็นอะไรเลย
ดังนั้นลิง
เฮ้ย
เราสองคนก็รีบลงมากันโดยไว
J


เรากลับถึงบ่ะกั่นประมาณ
11 โมงครับ
เรื่องตลกร้ายคือ
วันนั้นท้องฟ้าในบ่ะกัน
ใสเลยครับ
และไม่มีฝนตกเลยตลอดทั้งวัน
แม้จะมีเมฆดำบ้าง เอ๋
เพื่อนผมนี่แทบจะกลั้นน้ำตาแห่งความปิติ(ประชด)
ไว้ไม่อยู่เลยทีเดียวครับ
55

แพลนต่อจากนั้นถูกวางไว้แล้วครับ
คือไปพิพิธภัณฑ์
แต่ก่อนหน้านั้นก็ทำการเช็คเอาท์กันก่อน ไปดูสภาพเกสต์เฮ้าท์ที่เราพักกันครับ New
heaven (สรุปว่า
ไม่แนะนำนะครับ เกสต์เฮ้าส์นี้
ความสะอาดไม่เพียงพอครับ
เหมาะกะคนงบน้อยแบบพวกผมเท่านั้น
55)


พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งบ่ะกั่น เสียค่าเข้าชมคนละ
5 ดอลลาร์
(ประมาณ 150 บาท)
สำหรับคนที่มีเวลาเยอะ และชอบของโบราณ
แนะนำว่าควรเข้าไปชมครับ
คุ้มค่าแน่นอน ตัวพิพิธภัณฑ์เข้าทำอย่างอลังการเลยครับ ถ้าเดินดูแบบไม่เน้นรายละเอียดมาก
ประมาณ 2-3 ชม.
ก็พอเดินทั่ว

เจ้าหน้าที่ขายตั๋ว เราไปกันสองคนจ่ายแบงก์
50 ดอลลาร์ไป
ก็ไม่มีทอนให้
พม่านี่น่าเบื่ออย่างนึงคือ
แลกเงิน
และทอนเงิน
ยากเหลือเกิน เค้าไม่ค่อยเตรียมไว้ครับ
สงสัยเป็นช่วงโลว์ซีซั่นด้วยแหละ จริง ๆ
เราสามารถจะจ่ายเป็นเงินจ๊าดได้ด้วย
แต่เรตจ๊าดจะสูงกว่ามากครับ
บีบให้เราจ่ายเป็นเงินดอลลาร์อยู่ดี
สุดท้าย
ได้ลุง เอ
เมียง
ช่วยเอาแบงก์เราไปแลกมาให้
เรื่องจุก ๆ
จิก ๆ แบบนี้ใครไปพม่าต้องทำใจครับ
J

อ่อ
ในพิพิธภัณฑ์เข้าห้ามถ่ายรูปนะครับ
แต่อลังการครับ ขอบอก
มองออกไปฉากหลังจะเห็นวัดก่อต๊ะปะลินที่เราไปมาใน
Day5 ……………..อนุสาวรีย์ที่เห็นนี่
เข้าใจว่าเป็นวีรบุรุษของบ่ะกัน
(Hero of Bagan)
ตั้งแต่ยุคสร้างเมืองบ่ะกันเลยครับ
ออกแนวตำนานปรัมปรา (เดา อิ
อิ)
ก่อนสมัยพระเจ้าอโนรธาซึ่งพม่าถึงว่าเป็นผู้รวบรวมพม่าเป็นประเทศได้สำเร็จครั้งแรก
ไม่น้อยกว่าหนึ่งพันปี


เราต้องไปเช็คอินเวลาบ่ายสาม ดังนั้นก่อนบ่ายสองเล็กน้อย เราก็ออกจากพิพิธภัณฑ์
(ดูจนครบเลยครับ
แต่ถามว่าละเอียดมั๊ย ก็คงไม่
ละเอียดเป็นบางห้อง
J)
ไกลเหมือนกันครับ
จากพิพิธภัณฑ์ไปสนามบิน
โดยเฉพาะถ้าไปด้วยรถม้า
ถนนระหว่างเส้นทางอันยาวไกลไปสนามบิน



ในที่สุดก็ถึงสนามบิน
หลังจากร่ำลากันแล้ว ลุงเอ
เมียงก็พาแรมโบ้ม้าคู่ใจของแกกลับไป
ใจหายเหมือนกันครับ
เพราะสามวันใช้บริการของแกตลอด อ่อ
ลืมบอกไปว่าพวกเราได้ลองขับรถม้าของแกด้วยนะครับ
ใครไปบ่ะกันลองดูได้
ไม่ยากครับ
แถมสนุกดีอีกด้วย

เตรียมตัวให้พร้อม
รอขึ้นเครื่อง
บรรยากาศในสนามบิน


โฆษณาเบียร์พม่า
ตอนนั้นยังได้แต่ดู ได้ไปลองที่ย่านไชนาทาวน์
ย่างกุ้งในวันต่อมา รสชาดก็เยี่ยมเลยทีเดียว
J

ในที่สุดก็ได้เวลาออกเดินทาง
………….แอร์สายการบินบากันครับ
ขอขอบคุณเพื่อนผมมา
ณ ที่นี้
ที่ถ่ายภาพนี้มาได้แบบไม่สั่นมาก
55 …………จบ Day7 J


/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////