ท่องเมืองม่านหลังนาร์กิส

 

เที่ยวชม 5 มหาบูชาสถาน  และเมืองสำคัญในพม่า 11 19 May 2008

 

 

By   Shoot_cmu@yahoo.co.uk

 

 

 

 

 

Day  8-9  ย่างกุ้ง,  พระมหาเจดีย์ชเวดากอง  และวันสุดท้ายในพม่า (18-19 May)

 

 

 

วันสุดท้ายแล้วครับ  ขอรวบวันที่ 8 กับวันที่ 9 เข้าไว้ด้วยกันเลย  เพราะวันที่ 9 เราเดินทางกลับเมืองไทยกันตั้งแต่เช้า  ไม่ได้ไปเที่ยวไหน

 

เปิดวันด้วยอาหารเช้าที่  โรงแรม Yuzana garden hotel    โรงแรมนี้ดีที่สุดในทริปของเรา  ซึ่งนั่นรวมถึงอาหารเช้าด้วย J  มีดนตรีพม่าให้ฟังอีกต่างหาก  คล้ายๆ  ระนาดบ้านเรา  แต่เสียงใสและพลิ้วกว่า

 

  

 

 

 

สภาพด้านหน้าโรงแรมที่พัก  ต้นไม้หักโค่นมากมาย

 

 

 

 

 

เช้าวันนั้นในย่างกุ้ง  ฝนตกหนักพอดู  แต่ค่อย ๆ ซาไปในช่วงเย็น  .................................ที่แรกในวันนี้คือ  พระพุทธไสยาสน์ เจ้าตั๊ดจี  หรือที่มีคนเรียกว่าพระตาหวาน นั่นเอง

 

 

 

 

 

ไม่ไกลจาก วัดเจ้าตั๊ดจี มากนัก  คือวัดงาถัดจี  ซึ่งมีพระพุทธรูปที่งดงาม ใหญ่โต

 

 

 

 

 

ถัดจากนั้นเราไปนมัสการ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานแห่งสุดท้ายในทริปของเรา  แต่เนื่องจากเราเข้าไปชมพระเจดีย์สองรอบคือรอบเช้า  กับรอบเย็นดังนั้นจึงขอยกยอดลงรูปพร้อมรอบเย็นไปเลย

 

                ออกจากเจดีย์ชเวดากอง (รอบแรก)  ลุง chan ซึ่งแวะมารับเราตามสัญญาที่สนามบินตั้งกะเมื่อวาน  และเราเหมารถแกเที่ยวย่างกุ้งทั้งวัน  พาเราไปกินร้านอาหารพม่า  แบบร้านข้าวแกงบ้านเราที่ฮิปที่สุด  อาหารอร่อยมากครับ  โดยเฉพาะกุ้ง  กับปลา  (เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาสงสัยตอนนั้นหิวจัด J)    อ่อ นอกจากแกงบ้านเค้าที่อร่อยแล้ว  อีกอย่างนึงที่อยากให้ลองชิม คือ มะม่วง ครับ  บ้านเค้ามะม่วงลูกโตกว่าบ้านเราพอดู  หอม หวาน อร่อยเป็นที่สุด   แนะนำครับ

 

                ทานเสร็จเราก็ไปนมัสการ เจดีย์ สุเลพญา  เจดีย์ที่ตั้งอยู่เป็นจุดศูนย์กลางของเมือง  เหมือนอนุสาวรีย์ชัยฯ บ้านเรา   เจดีย์องค์นี้เก่าแก่มากครับ  เป็นหนึ่งในเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองย่างกุ้ง  อายุกว่า สองพันปี

 

 

 

 

 

 

ในบริเวณเดียวกันเราจะสามารถมองเห็นศาลาว่าการของเมืองย่างกุ้ง  และตึกในยุคอาณานิคม 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากนั้นลุง Chan บอกถ้าอยากไปพิพิธภัณฑ์ก็ต้องรีบ  เพราะมันจะปิดเวลาสี่โมงเย็น  เราจึงมุ่งตรงไปที่พิพิธภัณฑ์  ไฮไลท์ที่ผมอยากเห็นคือบัลลังก์ของพระเจ้าธีบอกับพระนางศุภยาลัตซึ่งในหนังสือบอกว่าของจริงถูกเก็บไว้ที่นี่    แต่โชคไม่ดีครับ  เมื่อเราไปถึงเจ้าหน้าที่บอกว่าปิดซ่อม  เนื่องจากหลังคาโดนพายุ  ชำรุดเสียหาย  เลยได้แต่กดภาพรูปปั้นพระเจ้าบุเรงนองมาแทน  ส่วนองค์ขวานี่ไม่ทราบพระนาม  แต่น่าจะเป็นพระเจ้าอลองพญา (เดา  J)

 

 

 

 

 

เมื่อเข้าพิพิธภัณฑ์ไม่ได้เราจึงมาที่เจดีย์โบตาทาวน์  ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ   วัดแต่ละแห่งในย่างกุ้งส่วนใหญ่ต้องเสียค่าเข้าชมเป็นแห่ง  (แห่งละประมาณ 2 ดอลลาร์)  เมื่อเทียบกับบ่ะกัน (พุกาม)  ที่เราเสีย fee zone ครั้งเดียว 10 ดอลลาร์ (แถมอยู่ตั้งสามวัน) แล้ว   ที่บ่ะกั่นประหยัดกว่าเยอะครับ J

 

 

 

 

 

ด้านในองค์เจดีย์เป็นห้องที่เปิดให้นมัสการพระเกศาธาตุ

 

  

 

 

 

 

เจดีย์โบตาทาวน์แห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำย่างกุ้ง  ซึ่งได้รับความเสียหายพอสมควรจากพายุที่พึ่งผ่านไป

 

  

 

 

 

 

 

จากนั้นเรากลับไปพักที่โรงแรม  เพื่อเตรียมตัวไปเจดีย์ชเวดากองอีกครั้งในช่วงเย็น

 

ตึกสูง  และถนนหนทางในย่างกุ้ง

 

   

 

 

 

เจดีย์ชเวดากอง เป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานของชาวพม่า  และถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดคู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่า   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          ตามตำนานกล่าวว่า  เจดีย์ชเวดากองสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพุทธกาล  โดยเป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุ 8 เส้น  ที่พระพุทธองค์ได้ประทานให้กับอุบาสกสองคนแรกในพุทธศาสนา (ซึ่งเป็นชาวพม่า  และนำพระเกศาธาตุกลับมาสร้างเป็นสถูป)  นอกจากนี้ยังเป็นที่เก็บเครื่องอัฐบริขารของพระอดีตพุทธเจ้าอีก 3 องค์ในกัลป์นี้   องค์เจดีย์สูงประมาณ 109 เมตร  และตั้งอยู่บนเนินสิงคุตตะ ที่สูงประมาณ 50 เมตร   จึงทำให้แลเห็นได้แต่ไกล

 

                แต่เดิมเจดีย์ชเวดากองไม่ได้มีความสูงอย่างที่เห็น  แต่กษัตริย์พม่าและมอญในแต่ละยุคสมัยได้ทำการต่อเติม  เพิ่มความสูงขึ้นเรื่อย    โดยในยุคของพระนางชินสอบู  กษัตริย์แห่งมอญ  เป็นผู้ที่ได้เปลี่ยนสัณฐานของเจดีย์ชเวดากองให้มีลักษณะอย่างที่เห็น  และบริจาคทองคำเท่าน้ำหนักตัวของพระนางให้แก่องค์พระเจดีย์

 

 

 

 

 

 

 

 

วิหารและเจดีย์ใหญ่น้อยรอบองค์เจดีย์ประธานได้รับความเสียหายจากพายุไซโคลน

 

 

 

 

 

 

 

แม้ในวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ  ภาพเจดีย์ก็ยังยิ่งใหญ่  และงดงามสมคำร่ำลือ   

 

 

 

 

 

 

 

 

เนื่องจากเจดีย์ชเวดากองปิดตั้งแต่ 6 โมงเย็น (เพื่อทำการบูรณะ)  เราจึงต้องเดินเท้าเปล่า  ออกมารอข้างนอกครับ  เพราะดันบอกให้ลุง ชาน  มารับตั้งทุ่มครึ่ง  แต่บริเวณนั้นก็มีมหาเจดีย์ที่งดงามอีกองค์นึง  คือเจดีย์มหาวิสาละ   การเดินเท้าเปล่าไปที่เจดีย์ต้องข้ามถนนไปครับ  เจ็บเหมือนกัน  แต่ยังดีที่ตั้งแต่เรามาอยู่พม่านี่เราถอดรองเท้าเดินจนชินแล้ว J

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พอลุงชานมารับ  เราก็ไปหาทำเลถ่ายภาพเจดีย์ชเวดากองกันครับ  ซึ่งแน่นอนว่าที่ยอดฮิตก็คือ ภัตตาคาร การะเวกนั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากเหนื่อยอ่อนกันสุด ๆ  มื้อค่ำวันนั้น  ลุง ชาน พาเราไปย่านไชน่าทาวน์ของย่างกุ้ง  อาหารไม่อร่อยมาก  แต่เบียร์อร่อย  และบรรยากาศครึกครื้นดีครับ ……..จบ Day8 J

 

 

 

  

 

  

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น (19 พ.ค.) เป็นวันที่สุดท้ายที่เราอยู่ในพม่า  เนื่องจากเราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า  จึงไม่ได้แวะไปเที่ยวที่ไหนเพิ่มอีก  เลยมีแต่ภาพสนามบินมิงกาลาดง  ขาออกต่างประเทศมาให้ดู    

 

คนนี้ชื่อลุง ชาน  หรือ Mr. Chan นะครับ  ใครสนใจติดต่อแกได้เลยครับ tln3star@myanmar.com.mm  บริการดี  ไว้ใจได้  ที่สำคัญราคาถูก J

 

 

 

บรรยากาศในสนามบินนานาชาติย่างกุ้ง  (สนามบินมินกาลาดง)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลาก่อน 9 วันในพม่า (แอร์ประเทศไหนจาสู้แอร์บ้านเราได้จริงมั๊ยครับ  ฮิ ฮิ)  ……………...จบ Day9 J

 

 

 

 

 

 

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////